(เหล้า) สุรา หรือ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อะไรก็แล้วแต่ที่คนพึงพอใจจะเรียก เชื่อได้ว่า เกือบจะเป็นสิ่งปกติของคนในสังคมทุกวันนี้ไป เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะงานไหนๆ วันเกิด เลี้ยงสังสรรค์ เลี้ยงต้อนรับ เลี้ยงส่ง ไปท่องเที่ยว หรือแม้กระทั่งอยู่บ้าน หลายคนก็มีเจ้าสุราอยู่เป็นเพื่อนข้างกาย แม้จะรู้ดีว่าเจ้าแอลกอฮอล์ มีผลเสียต่อสุขภาพหลายอย่าง และยังเป็นยาเสพติดด้วย แต่หลายคนก็ยังเต็มใจจะบริโภค ถ้าถามว่าแอลกอฮอล์มีฤทธิ์เสพติดมากแค่ไหน หลายคนคงตอบไม่ได้ จากการศึกษาพบว่า เมื่อเปรียบเทียบกันในระหว่างสารเสพติดทั้งหลาย แอลกอฮอล์ทำให้ผู้เสพทั้งหลายติดได้ 15% โคเคน 17% กัญชา 9% เฮโรอีน 25% ส่วนนิโคติน 32%
ซึ่งฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ต่อร่างกายเราขึ้นอยู่กับ หลายปัจจัยคือ น้ำหนักตัว เพศ เชื้อชาติ อายุ พันธุกรรม
น้ำหนักตัวซึ่งมีส่วนประกอบของไขมัน โปรตีน และปริมาตรเลือดในร่างกายต่างก็มีส่วนทำให้ ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์เปลี่ยนแปลงไป เช่น คนตัวโตย่อมดื่มได้มากกว่าคนตัวเล็ก เพศหญิงดื่มแอลกอฮอล์ได้น้อยกว่าชาย คือหญิงเมาเร็วกว่า เชื้อชาติก็มีผลต่อฤทธิ์แอลกอฮอล์ เช่น คนเอเชียมีพันธุกรรมที่ทำให้การทำงานของตับในการทำลายแอลกอฮอล์น้อยกว่าชนชาติอื่น คนเอเชียกินเหล้าแล้วมักจะเมาเร็วกว่าชาติอื่น (ฝรั่งวิจัยได้ความว่าอย่างนั้น) คนอายุมากจะมีความสามารถของระบบต่างๆ ลดน้อยลง เช่น ระบบหัวใจ ระบบเผาผลาญสารพิษ (อย่างแอลกอฮอล์) ระบบขับถ่าย ระบบย่อยอาหารและระบบประสาท แอลกอฮอล์จึงมีผลต่อระบบต่างๆ มากกว่าคนหนุ่มสาวแบบเดียวกับยาที่เราบริโภคเข้าไปก็มีผลอย่างเดียวกัน
นักดื่มมากรายเมื่อตื่นเช้าขึ้นมาจะมีอาการแฮงค์โอเวอร์ปวดหัวไม่สบาย ความคิดไม่สดใส จึงชอบกินยาแก้ปวดหัว เช่น พาราเซตามอล (หรืออีกชื่อว่า อะเซตามิโนเฟน) การกินขนาดธรรมดาไม่มีปัญหา แต่หลายคนกินขนาดยักษ์ เช่น 26 เม็ดต่อวัน อย่างนั้นมันมากเกินไป ไม่มีใครกล้ายืนยันว่าจะไม่เป็นอันตราย เพราะยาพาราเซตามอลถ้ากินมากจะมีผลเสียต่อตับได้ และเนื่องจากคนกินเหล้าเป็นประจำมักจะมีโรคตับแข็งอยู่ด้วยซึ่งจะไปกันใหญ่ เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรกินมาก
ผู้หญิงกินเหล้าแล้วเมาเร็วกว่าชายในสัดส่วนต่อน้ำหนักตัวที่เท่ากัน เหตุผลส่วนหนึ่งเนื่องจากส่วนประกอบของร่างกายของชายและหญิงแตกต่างกัน ในหญิงมีส่วนประกอบของน้ำน้อยกว่า (มีไขมันมากกว่า) น้ำเป็นตัวเจือจางแอลกอฮอล์ในร่างกาย ทำให้ชายเมาช้ากว่าในขนาดการดื่มเท่ากัน และนอกจากนั้นน้ำในร่างกายทำให้มีอาการแฮงค์น้อยกว่าด้วย
คำถามว่าการดื่มเหล้าทำให้เกิดความมันซาบซ่านทางเพศมากขึ้นจริงหรือไม่? คำตอบคือไม่จริง ผลเสียของแอลกอฮอล์ต่อเรื่องเพศนั้นมีมากกว่าผลดี ผู้หญิงที่ดื่มเหล้าจะมีความยั้งคิดปฏิเสธน้อยกว่า มักจะเออออห่อหมกร่วมหอได้ง่าย มีผลทำให้เสียใจ (หลังสร่างเมา) เสียตัว ติดโรคร้าย ตั้งท้องต้องทำแท้ง แอลกอฮอล์ยังทำให้เกิดอารมณ์ทางเพศได้ง่ายเพราะขาดความยับยั้ง แต่เวลาร่วมหอลงเอยจริงๆ มักจะไม่เข้าท่าไม่เป็นรส เช่น ผู้ชายเกิดอาการจู๋นกเขาไม่ขันไร้น้ำยา หรือถ้าสู้ก็อาจจะมีความชาไร้ความรู้สึกซาบซ่า หรือบางคนอาจจะสู้แต่ต้องออกแรงทำมาก(เพราะชา) กว่าจะถึงบางออ(กัสซึม)ก็เหนื่อย แถมยังอาจจะทำให้ผู้หญิงบาดเจ็บได้ นอกจากนี้หญิงที่เมาเหล้าอาจจะไม่สามารถถึงสวรรค์ชั้นออกัสซึมเลยทำให้ค้างเติ่งเสียอารมณ์ไม่ดีเลย
การดื่มเหล้าร่วมกับการบริโภคยามีผลเสียขึ้นได้ มียาประมาณ 150 ชนิดที่มีปฏิกิริยากับแอลกอฮอล์ในทางไม่ดี ปฎิกิริยานี้อาจจะทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อโรค เพิ่มการบาดเจ็บล้มตาย แอลกอฮอล์ไปเพิ่มฤทธิ์ของยาที่ไปกดระบบประสาท เช่น ยานอนหลับ ยาต้านฮีสตามีน (แก้แพ้) ยาแก้โรคซึมเศร้า ยากล่อมประสาท ยาแก้ปวดบางอย่าง นอกจากนี้ยารักษาโรคหลายอย่าง เช่นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ก็อาจจะมีปฏิกิริยากับแอลกอฮอล์ไปในทางที่ไม่ดี ถ้าท่านสงสัยควรถามแพทย์หรือเภสัชกรให้เข้าใจเสียก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าซื้อยากินเองต้องระวัง ยกตัวอย่างเช่น ซื้อยาแก้แพ้ (ต้านฮีสตามีน) กินเอง ซึ่งอาจจะทำให้ง่วง เมื่อกินเหล้าเข้าไปด้วยยิ่งจะง่วงมากขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุล้มตายหรือบาดเจ็บได้
การดื่มเหล้ามีผลดีต่อโรคหัวใจขาดเลือดจริงหรือเปล่า? การดื่มแอลกอฮอล์แต่พอประมาณ(Moderate Drinking) สามารถลดอัตราการเกิดโรคหัวใจขาดเลือดได้ เมื่อเปรียบเทียบกับคนที่ไม่กินเหล้าและกินมากกว่าพอประมาณ เนื่องจากแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือดได้ แต่ต้องกินพอประมาณจริงๆ เช่น กินเบียร์วันละ 1 กระป๋อง ดื่มไวน์วันละไม่เกิน 120 ซีซี. แต่การป้องกันโรคหัวใจไม่ใช่เหตุผลที่ดีที่ท่านจะนำไปอ้างสำหรับการเริ่มหัดดื่มเหล้า เนื่องจากเหล้ามีผลเสียอย่างอื่นมากมาย และวิธีป้องกันโรคหัวใจที่ดีกว่าเหล้าก็มี เช่น ออกกำลังกายเป็นประจำ เป็นต้น
แอลกอฮอล์คร่าชีวิตคนมามากต่อมาก โดยเฉพาะอุบัติเหตุทางการจราจร วัยรุ่นหนุ่มสาวเสียชีวิตจากการเมาแล้วขับปีละมากมาย วัยรุ่นหนุ่มสาวไม่ว่าที่ใดในโลกก็คงจะเหมือนกันเนื่องจากมีความคึกคะนองจากฮอร์โมนเพศที่พุ่งขึ้นสูงสุด ทำให้มีอัตราตายจากอุบัติเหตุจราจรที่เกี่ยวเนื่องกับแอลกอฮอล์ได้โดยง่าย
เมื่อรู้แบบนี้แล้วสมควรหรือไม่ถ้าเราจะลด ลด เลิก เจ้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือหาทางดำรงชีวิตร่วมกับมันอย่างปลอดภัยต่อสุขภาพตัวเองที่สุด
ที่มา http://travel.mthai.com/mpub/webboard/you-know.php |